AiWa's profile※ஐ~AiWa~ஐ※~NonStop~ LOVE...PhotosBlogListsMore Tools Help

※ஐ~AiWa~ஐ※~NonStop~ LOVE~OsmosiS

~r u sure that u can spell word "LOVE" completely???
February 26

ทฤษฎีที่ว่าด้วยความเชื่อใจ

ทฤษฎีที่ว่าด้วยความเชื่อใจ

รูปภาพ

คุณเคยผิดหวังกับใครสักคนเพราะความเชื่อใจไหม ?
อันทฤษฎีที่ว่าด้วยความเชื่อใจ เขากล่าวไว้ว่า
"การที่คนเราจะเชื่อใจใครสักคน
นั่นหมายความว่าเราต้องให้ใจเขาไปแล้ว
ซึ่งหมายถึง เราได้ใช้สมองและหัวใจกลั่นกรองมาแล้วพอสมควร
ยิ่งเชื่อใจมาก ยิ่งผ่านกระบวนการดังกล่าวมาแล้วอย่างหนัก
ความเชื่อใจ มีสถานะคล้ายของแข็ง
ถ้าเราเชื่อใจซะอย่าง ก็ยากที่จะมีสิ่งใดสามารถทำลายมันลงได้
แต่ธรรมชาติของ ของแข็ง ยิ่งแข็งมันก็ยิ่งเปราะ
ยิ่งถ้ากระเทาะลงตรงจุด
ของแข็ง ไม่ว่าจะแกร่งสักแค่ไหน ก็แตกร้าวได้โดยง่าย
และที่สำคัญ ... ยากยิ่งที่จะสมานให้เป็นดังเดิม
เฉกเช่น ความเชื่อใจ ... เอวัง


ที่มา : เขียนโดย คุณ lullaby เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2550
 
รักกันได้ยังไงถ้าไม่เชื่อใจกัน...

                จะเกิดอะไรขึ้น? ถ้าไม่เราไม่เชื่อในคนที่เรารัก
ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร เราก็สงสัยไปทุกอย่างว่าเขาพูดจริงหรือเปล่า โกหกหรือเปล่า
และจะเกิดอะไรขึ้น?
ถ้าไม่ว่าเราจะพูดอะไรออกไป เขาก็ไม่เคยเชื่อเราเหมือนกัน
          คนสองคนที่คบกัน แต่ไม่เชื่อใจ จะรักกันได้ยังไง จริงไหม?


     รักต้องการความเชื่อใจ
   ถ้าอีกคนบอกรักไป แต่อีกคนไม่เชื่อมั่น
   ก็คงสั่นคลอนความผูกพัน
   แล้วการไม่เชื่อใจกัน ก็คงทำให้รักหมดลง


            เมื่อรัก
ก็เชื่อใจในคนที่เรารักให้มากๆ นะคะ
       และแสดงออกให้เขารู้ว่าเราน่ะเชื่อในความจริงใจที่เขามี
ความรักจะได้นำความอุ่นใจมาให้เรา ไม่ใช่ความเคลือบแคลง สงสัย หรือร้อนรน

 
September 22

~DestinY~

เชื่อเรื่องพรหมลิขิตมั้ย

คุณเคยมั้ยสักครั้งหนึ่งในชีวิต.....

คุณมีบางสิ่งที่ต้องการมาก......มากเสียจน.....มองข้ามสิ่งต่างๆรอบๆตัวไม่แม้แต่มองสิ่งอื่น 

คุณรอเวลาที่คุณจะได้เป็นเจ้าของมัน......เฝ้ารอคอย.....

ด้วยหวังว่าสักวันหนึ่งข้างหน้า....คงจะมีเวลาสักเสี้ยวนาที... หรือแม้แต่สักวินาที.....

ที่จะได้เป็นเจ้าของมัน  ได้ครอบครองมัน....อย่างที่ใจคุณต้องการ 

แต่แล้ววันหนึ่งคุณกลับพบว่า.......สิ่งที่คุณต้องการ.....เฝ้าดูแล....รอคอยด้วยความหวัง..... 

มันกลับมลายหายไป....หายไปกับท้องฟ้า.....สายลม....ทุ่งหญ้า...  

ทั้งๆที่ฟ้าก็โปร่ง สายลมก็พัดเอื่อยเฉื่อย ทุ่งหญ้าก็ว่างเปล่าไร้ซึ่งสัตว์ป่า......

แต่มันก็หายไป...หายไปต่อหน้าต่อตาคุณ  ทั้งๆที่คุณพยายามที่จะไขว่คว้า...เหนี่ยวรั้ง 

เรียกได้ว่าทำทุกวิถีทาง.....แต่ก็.....รั้งไว้ไม่ได้.................

ในทางกลับกัน.......บางสิ่งที่คุณมองข้าม....สิ่งที่ผ่านสายตาคุณไป 

โดยที่คุณไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย…..คุณไม่แม้แต่รับรู้ด้วยซ้ำไปว่ามีสิ่งนี้อยู่ใกล้ตัวคุณ.....

สิ่งที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็อยู่ใกล้คุณเสมอ.....

บางที...คุณเดินสวนทางกับมันมาทั้งชีวิตอาจเป็นบนถนน.....สะพานลอย.....สวนสาธารณะ....

หรือแม้แต่....อพาทเม็นท์ของคุณเอง.......

สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นสิ่งที่คุณได้พบเจอมาแล้วโดยไม่รู้ตัว....อาจเป็นร้อย...เป็นพัน 

มันอาจจะเป็นสิ่งที่เกิดมาคู่กับคุณก็เป็นได้.....ใครจะไปรู้

มันไม่ได้ต่างอะไรจากความรัก….คุณเคยมั้ยที่รักใครสักคนสุดหัวใจที่มี.......ทุ่มเทให้เค้าทั้งกายและใจ.....

หรือคุณเคยมั้ย...แอบรักเค้ามานานนับปี...สิบปี...เฝ้าคอยทะนุถนอม....ดูแลเอาใจใส่....คอยห่วงใย....ช่วยเหลือเค้า....

อะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เค้ามีความสุข.....คอยสอดส่องความเป็นอยู่ของเค้าว่า....

เป็นอย่างไงบ้าง...สบายดีมั้ย....กินอิ่มมั้ย..นอนหลับหรือเปล่า...

หรือคุณเคยมั้ย....ทั้งที่ความรักของคุณที่มีต่อเค้านั้น....ถึงแม้ตอนนี้จะผ่านมานานแสนนานแล้ว....

แต่มันก็ยังคงอยู่ตรงนี้...ตรงที่ใจของคุณ.....มันอาจจะไม่ใช่ความรักเหมือนก่อนนี้....

แต่คุณก็ยังคงจดจำมันได้เป็นอย่างดีราวกับว่า....มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ 

และอาจจะเป็นความรู้สึกนี้เองที่มันทำให้คุณคิดว่า....เค้าคือคู่แท้ที่คุณตามหา....

 

จนมันอาจทำให้คุณ.....มองไม่เห็นสิ่งอื่นอีกต่อไปแล้ว....

มองไม่เห็นผู้ที่จะเคียงข้างคุณไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น.....

ผู้ที่จะอยู่กับคุณจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต.........

หากแต่เมื่อวันหนึ่ง...สิ่งที่คุณคิดว่า....มันเกิดมาเพื่อคู่กับคุณ....สิ่งที่คุณทุ่มเทให้ทั้งหมดของชีวิต.....

ทอดทิ้งคุณอย่างไม่ใยดีนั่นแหละ......คุณถึงจะมองเห็นสิ่งต่างๆที่อยู่รอบๆตัวคุณได้ชัดกว่าที่เป็นอยู่........

หรือที่มีคนพูดกันว่า ความรักทำให้คนตาบอดนั้นแหละ ใช่เลย!!!  

ฉันเคยได้ยินใครสักคนพูดไว้ว่า.....คนที่คุณรักมากที่สุด.....คนที่คุณทุ่มเททั้งชีวิตให้.......

คนที่เรียกได้ว่าคุณให้ได้แม้กระทั่งชีวิตของคุณเอง.....บางทีก็ไม่ใช่คนสุดท้ายที่จะอยู่กับคุณ.....

ไม่ใช่คนที่จะยืนเคียงข้างคุณไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม.....ไม่ใช่...คู่แท้ที่คุณรอคอย.......คุณว่าจริงหรือเปล่า 

คนๆหนึ่งเมื่อมีความรัก..ต่างก็หวังว่าคนที่เรารักจะเป็นคู่แท้ที่พรหมลิขิตให้มาพบกัน...รักกัน...แต่จะมีสักกี่คนกันนะที่จะสมหวังดั่งที่ต้องการ

จงเชื่อในพรหมลิขิต..... เคยมีใครพูดกับคุณอย่างนี้บ้างหรือเปล่า  คุณล่ะเชื่อเรื่องพรหมลิขิตมั้ย??  

ถ้าไม่... แล้วอะไรล่ะที่ทำให้เรามาเจอกัน.....ให้คุณได้เจอเพื่อนๆที่แสนดี 

เจอคนที่คุณพร้อมจะทุ่มเทให้อย่างหมดหัวใจ...ให้คุณได้มีพ่อแม่ที่แสนจะรักและดูแลคุณอย่างไม่มีข้อแม้......

สำหรับผู้ที่กำลังรอคอยความรักอยู่ล่ะก็....อย่าท้อแท้...อย่าสิ้นหวัง...ความรักที่คุณทุ่มเทให้ใครที่ไม่เห็นค่ามัน....

ก็ให้ถือซะว่า...คุณได้ผ่านบทเรียนบทหนึ่งที่ได้ชื่อว่า...ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับความรัก.....

มันไม่เลวร้ายมากมายหรอก  เชื่อสิ บางทีสิ่งที่คุณกำลังรอคอย.....อาจจะเดินสวนทางกับคุณมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน...

อาจจะเคยส่งยิ้มทักทายกัน....อาจจะเคยได้ยินเสียงกัน.....อาจจะอยู่ใกล้กันเพียงแค่คืบเดียว.....คุณเพียงแค่รอมันหน่อยเท่านั้นเอง....

ในวันนั้นคุณอาจจะคิดถึงคำๆนี้ก็ได้นะ........พรหมลิขิต

 

 

" จริงหรือที่ว่าพรหมลิขิตสร้างคนมาคู่กันมารักกัน "

สำหรับฉันซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ไม่เชื่อเรื่องพรหมลิขิต

จะบอกว่าไม่เชื่อเลยมันดูจะเป็นการโกหกไปนะใช่ฉันเชื่อแต่ก็เชื่อเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นเอง

ฉันว่าพรหมลิขิตมันอาจจะดลให้คนสองคนมาพบเจอกัน

แต่ว่ามันไม่ได้กำหนดการกระทำที่มีต่อทั้งสองฝ่ายคุณอาจจะไม่เข้าใจ

ฉันหมายถึงการที่คุณไปพบเจอทุกคนในแต่ละวัน

แล้วในวันใดวันหนึ่งคุณได้ไปพบปะกับใครคนใดคนหนึ่งโดยบังเอิญ

มันอาจจะทำให้คุณรู้จักเค้าคนนั้น นั่นคือพรหมลิขิต แต่ถ้าคุณไม่คิดจะสานต่อ

คุณปล่อยและเดินผ่านไปเค้าคนนั้นก็ไม่ต่างจากคนที่ไม่เคยรู้จัก ไม่ได้เป็นคนพิเศษ

ดังนั้นการที่คุณจะรักใคร จำไว้เถอะ ว่ามันไม่ใช่พรหมลิขิต แต่มันเป็นการที่คุณเลือกที่จะรักมากกว่า

ถึงตอนนี้ คุณรู้รึยังว่า พรหมลิขิต มันมีผลเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น

การที่คุณมาพบบทความนี้มันก็ถือว่าเป็นพรหมลิขิต ซึ่งมันจะเป็นบทความที่ไม่มีคนอ่าน

หรือจะมีคนอ่านมากน้อยแค่ไหน นั่นคุณก็ต้องเป็นคนเลือกเอง

เลือกที่จะเปิดอ่านหรือจะปล่อยให้เป็นเพียงพบบทความหนึ่งแล้วปล่อยเลยไป.

 

August 28

~หมู่เลือดเฮฮา~

^0^~เย่โย่วววววววว
บางคนเคยเห็นจากฟอเวิลด์เมลที่ได้ส่งต่อๆกันมาหรอดูจากเวปต่างๆ
เรื่องของหมู่เลือดบอกนิสัย ฉบับการ์ตูนเฮฮา....
ขอรวมไว้ในนี้เลยหละกันเพราะว่าชอบมากกกกอิอิ..
คนวาดตัวจริงเป็นชาวเกาหลีที่ใช้นามแฝงว่า Realcrazyman
ขอบคุณคุณภูมิที่แปลการ์ตูนน่าร๊ากน่าร๊ากให้เราได้เพลิดเพลินกันคะ
 
#01 จุดที่ชอบอยู่
#02 แขวนรูป
หมู่เลือดบอกนิสัย
 
#03โรงอาหาร

#4 สั่งอาหาร

#05 นัดหมาย
#06 ขับรถ
#07 หมู่เอบีกับท่อ
#08 นินทา
#09 เด็กอนุบาล
ภาค2
#10 นัดบ่ายสาม
 
#11 น้องเหมียวหมู่เลือดบี
#12 บทสนทนา 1
#13 บทสนทนา 2
#14 วิกฤตการณ์
#15 ควบคุมอารมณ์
#16 บ้าน
 
#17 ใครเอ่ย?
 
 #18 หนังสือทำนายนิสัย
#19 จิตใจ
 
#20 ข้อเสีย
#21 การแสดงออก
#22 เป้าหมายชีวิต
#23 วิธีการเรียนรู้
#24 แตกต่าง
#25 โรควัวบ้า
#26 การผูกมิตร
 
งัยก้อแวะไปชมของคุณภูมิเพื่ออัพเดตต่อไปในเวป  http://povolam.exteen.com/20080816/entry
 
July 11

วันนั้นอ่อนแอ แต่วันนี้ไม่ใช่

วันนั้นอ่อนแอ แต่วันนี้ไม่ใช่

 

...คุณกำลังกลัวความรักอยู่หรือเปล่า...
"ความรัก คือ การทิ้งความกลัวไป"


คำกล่าวที่มีความหมายดีๆ นี้ดูสวยงาม
แต่อาจจะยากแก่การลงมือทำ
จริงๆ ในสายตาของบางคน
ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความรักมาเลย
หรือคนที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้าย
จากความรักมาแล้ว.....



ที่เป็นอย่างนี้อาจเพราะพวกเขารู้สึกว่า
การนำตัวเองเข้าไปพัวพันกับความรัก
ก็เหมือนกับการเสี่ยง... เสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธ...
ถูกทำให้ผิดหวัง...ถูกทอดทิ้ง..และทำให้เจ็บปวด
จึงเป็นที่มาของความรู้สึก..กลัวความรัก.....



....

แม้ความรักอาจไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
แต่มันก็มีค่า... ต่อการมีชีวิตอยู่
เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำอะไรได้มากมาย



....
อยากบอกกับคนที่ยังกลัวความรักว่า
ไม่ผิดหรอกที่คุณจะกลัวมัน
เพราะอย่างน้อยคุณก็รู้ตัวเองดีว่า กลัวความรัก
ต่างกับคนที่วิ่งหนีความรัก และเฝ้าหลอกลวงตัวเองว่า
มีความสุขดีแล้วกับการอยู่คนเดียว...


 
ไม่จำเป็นต้องพบเจอและสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง
เพราะกลัวจะต้องรักคนอื่น
แต่ลืมนึกไปว่า ถึงเราจะหนีมันอย่างไร ก็หนีไม่พ้นหรอก
เพราะความรักมันอยู่ในใจของเรา
จะหนียังไงมันก็เจ็บปวดอยู่ลึกๆ
แล้วคุ้มหรือเปล่ากับการต้องหลอกตัวเองไปเรื่อยๆ อย่างนั้น


 
....
หนทางของความรัก มันอาจจะไม่ได้เป็นภาพที่ชัดเจน
ให้เราเดินไปได้สะดวกหรือง่ายๆ
แต่สิ่งที่รออยู่ที่ปลายทางนั้น ก็มีค่ามากพอ
ที่จะกวักมือเรียกเราให้เดินเข้าไปหา


 
....
แทนที่เราจะวิ่งหนีมัน ก็เปลี่ยนมาเป็นเตรียมตัวเองให้พร้อม
และเวลาที่จะต้องไปเจอกับมันดีกว่า
เหมือนกับเวลาที่เราออกเดินทาง
ก็เตรียมเสื้อกันหนาวไปบ้างเผื่อเจออากาศที่หนาวเย็น
เสื้อกันฝนหยิบไปหน่อยก็ดี
เผื่อหยิบมาใส่เวลาที่ฝนมันตก
หยูกยาก็ติดไปบ้างนิดๆ หน่อยๆ
พอปฐมพยาบาลตัวเองเบื้องต้นเวลาเจ็บไข้



....
แต่ถ้าเดินทางออกไปแล้วโชคร้าย
ต้องสะบักสะบอมกลับมาก็ไม่เป็นไร...
รักษาตัวเองใหม่ เผื่อออกเดินทางในครั้งต่อไปก็เท่านั้นเอง..
แต่เชื่อไหมว่า..การเดินทางครั้งต่อไปของเรา
มันต้องดีกว่าครั้งแรกอยู่แล้วล่ะ... ว่าไหม...
 
.... "
วันนั้น อ่อนแอ แต่วันนี้ไม่ใช่"...

 
 
 

July 01

~ระหว่างทาง...ของการเดินทางถอยกลับ~

ระหว่างทาง...ของการเดินทางถอยกลับ

(print image)

เคยไหม...ที่คุณก้าวเดินไปข้างหน้า
แต่รู้สึกว่ามันเป็นการถอยหลังกลับ


เคยไหม...ที่ท้องฟ้าในโลกส่วนตัวของคุณ
กลับเปลี่ยนจากสีฟ้ามาเป็นเมฆครึ้มสีเทาหม่น
โดยไม่มีเค้าลางแห่งพายุร้าย 

ทุกอย่างพัดพาคุณกลับไปสู่จุดเริ่มต้น
หรือไกลกว่านั้น...เปลี่ยนจากรอยยิ้มเป็นหยดน้ำตา
เปลี่ยนเสียงหัวเราะเป็นเสียงสะอื้นไห้
ความทุกข์เข้ามาทดแทน
วันเวลาแห่งความสุขของคุณจนหมดสิ้น

ความคาดหวังคือปัจจัยหลักของความทุกข์
ความฝันบางครั้งก็เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดทุกข์
ชีวิตคนเรามีปัญหา เพิ่มมากขึ้นตามวันเวลาที่หมุนไป

ทุกๆ วันเหมือนกับต้องตื่นขึ้นมา
เพื่อเดินเข้าไปในสมรภูมิรบ ฟาดฟันกับปัญหา
หากคุณชนะคุณก็จะเดินจากมา พร้อมความสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง
หากคุณแพ้คุณก็อาจล้มจมอยู่กับที่

แล้วจะมีใครสักกี่คนบนโลกใบนี้
ที่จะคอยยื่นมือให้ความช่วยเหลือเมื่อเราเจ็บปวด
เอาเข้าจริงในโลกใบนี้...เราจะมีใคร?
ใครที่เป็นของเราจริงๆ เกิดมาเพื่อเราจริงๆ


บทเรียนของการเดินถอยหลัง
ทำให้รู้ว่าความคาดหวัง มักมาพร้อมกับความผิดหวังเสมอ
เราคาดหวังว่าจะมีใครมาร่วมแบ่งปันความรู้สึก
คอยประคับประคองอยู่เคียงข้าง...คอยรับเมื่อเราล้ม
แล้วตั้งความหวังว่าเขาจะยืนอยู่เคียงข้างเราไปจนวันตาย
มีลมหายใจของกันและกันอย่างอบอุ่น

แต่ในโลกของความเป็นจริงก็คือ...เราต้องยืนด้วยตัวเองให้ได้
หายใจด้วยตัวเองให้ได้...ลุกด้วยตัวเองให้ได้
อ้อมแขนและลมหายใจของคนอื่น
เป็นเพียงส่วนประกอบ ที่ทำให้เราเต็มพร้อมสมบูรณ์

เราจำเป็นต้องก้าวเดินต่อไปให้ได้ แม้ไม่มีส่วนประกอบนั้นก็ตาม
ฉันได้เรียนรู้ว่า...ความฝันจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง
เพื่อลดความเจ็บปวดในชีวิต

เช่นเดียวกับความรัก
สิ่งที่เรามอบไปอย่างทุ่มเท...โดยไม่เคยคิดถึงความผิดหวังที่จะตามมา
มักทำให้เราเจ็บปวดจนสุดจะทน 
 

ความรัก...เปลี่ยนแปลงได้
รอยเท้าของเราเหยียบย่ำไปท่ามกลางความสับสน

บางครั้งเข็มนาฬิกาก็เดินเร็วขึ้น...บางครั้งกลับเดินช้าลง
ทุกอย่างไม่เป็นดั่งที่วาดหวังไว้เสียที
เพราะเราควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้

ความคิดของเขา...อาจทำให้เราเจ็บปวดจนสุดจะทน
แต่เราก็ยังจำเป็นต้องมีชีวิตอยู่...เพื่อรับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้น
ดังนั้นเมื่อมีน้ำตาและตัดสินใจว่าจะต้องเปลี่ยนแปลง อย่าหันกลับไปทางเดิม
เพราะเรากำลังจะเดินจากมันมา...อาจไม่ใช่เขาหรือเราเป็นคนไม่ดี

แต่ในบางเรื่อง...ก็อาจมีเหตุผลมากกว่าหนึ่งอย่าง
อย่าพูดว่าเราทำเพื่อเขา...แต่กลับเอาตัวของเราเป็นที่ตั้ง
เพราะนั่นไม่ใช่รักที่แท้จริง

(print image)

ถ้าบนทางเดินที่ผ่านมาเราก้าวเร็วเกินไป
มองย้อนกลับไปดูตัวเองใหม่...แล้วหัดเดินให้ช้าลง

ข้อมูลจาก Forward Mail by lOve_pOnd
ภาพประกอบhttp://www.deviantart.com/print/2616463/,http://www.deviantart.com/print/1533539/

May 13

อยากมีความสุข...จงทำตัวเหมือนน้ำ

อยากมีความสุข... จงทำตัวเหมือนน้ำ



          บางครั้งการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข ต้องรู้จักปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ทั้งสภาพแวดล้อมภายนอก เช่น สภาพเศรษฐกิจ สังคม ผู้คน วัฒนธรรม ค่านิยม ฯลฯ หรือสภาพแวดล้อมภายใน ซึ่งได้แก่  ฐานานุรูป หรือสถานะทางสังคมของตัวเองและครอบครัว ความรู้ ฯลฯ


          หลายคนเป็นทุกข์ หาความสุขไม่เจอ เพราะไม่สามารถ "ปรับตัว" ให้เข้ากับปัจจัยทั้ง 2 ประการได้  


น้ำเป็นตัวอย่างที่ดีของการปรับตัวเหล่านี้


 1. รู้จักประมาณตัว 

          Water Being : น้ำ ไม่ว่าจะอยู่ในภาชนะรูปแบบไหนๆ หรือแหล่งน้ำธรรมชาติลักษณะใดๆ ก็สามารถทำตัวกลมกลืนมีรูปร่างไปตามนั้น  เช่น อยู่ในแอ่งเล็กๆ อยู่ในสระขนาดกลาง อยู่ในบึงกว้างๆ อยู่ในทะเลสาบขนาดใหญ่ หรือแม้แต่อยู่ในมหาสมุทร น้ำก็อยู่ได้ 

          Being Water : คนเองก็ต้องรู้จักปรับตัวให้เข้ากับที่อยุ่หรือสิ่งแวดล้อมที่ห่อหุ้มชีวิต  อยู่บ้านใหญ่ก็อยู่ได้ อยู่บ้านเล็กก็ปรับตัวให้เหมาะสม  เศรษฐกิจดีก็ใช้เยอะ เศรษฐกิจแย่ก็ตัดรายจ่ายได้ ไม่ทุกข์ร้อนใจ มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย ตามภาษิต ‘นกน้อยทำรังแต่พอตัว’
        

             เบื้องต้น คนต้องรู้ตัวเองเสียก่อนว่าเป็นน้ำในอะไร บางคนเป็นแค่น้ำขังในกะลา ทว่าใช้ชีวิตเหมือน้ำในทะเลสาบ แน่นอนล่ะ ในที่สุดก็ต้องอัตคัตขัดสน หามาได้ก็ใช้หนี้ หมุนวนอยู่อย่างนั้น เพราะดำเนินชีวิตแบบ "เกินกำลัง" ของตัวเอง   
          เมื่อรู้ตัวแล้ว ก็ต้องรู้สถานการณ์ มีแล้วค่อยใช้ ไม่มีให้เก็บออม คนสมัยนี้ชอบเอา "เงินอนาคต" มาใช้ เงินอนาคตหมายถึงอะไรน่ะหรือ ก็หมายถึงเงินหรือรายได้ที่คาดว่าจะได้ในวันข้างหน้า แต่ก็เลือกที่จะใช้เสียในวันนี้ เช่น ซื้อของเงินผ่อน กู้ หรือรูดบัตรเครดิตไปก่อน แล้วค่อยจ่ายทีหลัง มีจ่ายก็ดีไป ถึงเวลารายได้ไม่มาอย่างที่คิด ลำบากเอามากๆ


 2. รู้จักถ่อมตน-เคารพคนอื่น
          Water Being : น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเสมอ น้ำตกเกิดเพราะบนที่สูง บนยอดเขามีน้ำอยู่มาก ไม่ว่าอยู่บนผิวดินหรือใต้ดิน ถึงที่สุดก็ต้องไหลลงสู่ที่ต่ำ
          Being Water : เปรียบดั่งคนที่รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ติดยึดกับหัวโขนที่สวมอยู่ ว่าฉันเป็นมหาเศรษฐี ฉันเป็นอธิการบดี ฉันเป็นรัฐมนตรี ฉันเป็นกรรมการผู้จัดการ ฉันเป็นนายพล ฯลฯ แต่สามารถปรับตัวได้ตามกาลเทศะ พบผู้อาวุโสก็รู้จักนอบน้อม พบผู้อ่อนอาวุโสหรือด้อยฐานะกว่า ก็เคารพ ให้เกียรติ และมีเมตตา ไม่ดูถูก ไม่รังเกียจ


 3. รู้จักยืดหยุ่น
          Water Being : น้ำนั้นอ่อนนุ่ม แต่มีแรงปะทะมหาศาล ยามที่อยู่เฉยๆ น้ำไม่ทำร้ายใคร แต่ยามที่น้ำไหลบ่าก็สามารถทำลายแม้กระทั่งขุนเขาขนาดมหึมา
          Being Water : คนจึงต้องรู้จักอดทน อดกลั้น และข้ามผ่านช่วงเวลาที่ไม่น่าพอใจไปให้ได้  ด้วยการรู้จักยืดหยุ่น รู้เขารู้เรา รู้จักถอยเพื่อก้าว เมื่อได้ชัยชนะให้เกียรติคู่ต่อสู้ แข็งมาอ่อนกลับ ชนะจากภายในสู่ภายนอก 


          จะชนะผู้อื่นได้จึงต้องทำตัวเหมือนน้ำทั้งกายภาพและจิตใจ ใช้ความอ่อนนุ่มสยบความแข็งกร้าว ว่าไปแล้วประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาหลายร้อยหลายพันปีก็มีตัวอย่างมายืนยันความคิดนี้ ผู้ชายที่มีอำนาจอันแข็งแกร่งล้วนแต่พ่ายแพ้ต่อสตรีที่อ่อนโยนและเลอโฉมมาแล้วทั้งสิ้น 

May 01

~ขวดแก้ว ... กับความรัก~

 
 
หยิบขวดแก้วมาหนึ่งขวด มีคนรักหนึ่งคน เติมน้ำในขวดแก้ว ครึ่งขวด หยิบต้นไม้ ใส่ลงไป
เติมเต็มให้กับคนรัก ดูแลห่วงใย เอาใจใส่กันและกัน 
นำต้นไม้ในขวดแก้วไปวางไว้ในที่ ที่ เห็นว่าสมควร เก็บเอาคนรักไว้ในใจ ให้อิสระ
ซึ่งกันและกันต้นไม้ในขวดแก้ว ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่ตลอดเวลา ... 

นานๆ เติมน้ำให้หน คนรัก ไม่จำเป็นต้องเห็นหน้ากัน หรืออยู่ด้วยกันตลอดทั้งวัน แต่ไม่ลืมว่าเรามีกันและกัน

ต้นไม้ในขวดแก้ว อยู่ได้ตามลำพัง ในขวดแก้วต้นเดียว ได้ตลอดไป คนรักต่างคนต่างอยู่ แต่ไม่ตลอดไป

เมื่อถึงเวลาอันควรเมื่อใด เราจะไม่แยกจากกัน 

 ต้นไม้ในขวดแก้ว ไม่มีวันตาย ถ้าไม่ขาดน้ำ คนรัก ไม่มีวันพรากจากกัน
ถ้าหมั่นดูแลหัวใจของกันและกัน

ที่สำคัญ คือการซื่อสัตย์ต่อคนรัก ต้นไม้ในขวดแก้ว

แตกสลายได้ง่าย เมื่อเผลอไปปัด หรือวางในพื้นที่ไม่เรียบ - หมิ่นเหม่

คนรัก แตกแยกจากกันได้ยาก หากไม่แก้ปัญหา หันหน้าเข้าหากัน เอาเหตุผลมาคุยกัน ให้เกียรติกัน 

ทำไมต้นไม้ในขวดแก้ว ถึงไม่ตาย เมื่อมันไม่มีดิน
เพราะต้นไม้บางต้นหยั่งรากได้ทั้งในน้ำ หรือ ใต้ดิน 

  
ทำไมคนรักไม่หวงแหน หรือ ระแวง

ว่าอีกคนมีใครซ่อนไว้หรือเปล่า เพราะรากฐานของคนสองคนอยู่ที่การไว้ใจ 

     ดังนั้น ตันไม้ในขวดแก้ว จึงดูแลได้ง่าย เมื่อรู้ว่ามันเป็นพืชชนิดใด …

แต่ "คนรัก"ยากนัก หากไม่รู้จักเอาใจเค้ามาใส่ใจเรา ไม่รู้จักการให้อภัย ไม่รู้จักการไว้ไจ

เราก็จะไม่มีวันรู้จัก … ความรักที่แท้จริง
 

BY..www.KAPOOK.com

 
ร๊ากคนมาเม้ม....อิอิ
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
NuNing Nakawrote:
มาเยี่ยมในวันที่อากาศไม่ดีค่ะ
แต่คนมาเยี่ยมใจดีค่ะ ห้าๆๆ
ชื่อ หนิงค่ะ
June 20
Thani Pwrote:
 
 
vbvbvbvb
อิอิอ
May 5
มีแต่คิดถึง ได้แต่คิดถึง อิอิ
Jan. 17
^ApPle^wrote:
แวะมาทักทายเผื่อแกจะรักอิอิ
สเปสฉานที่มันโล่งเตียนเพราะมันมะรุจะอัพอารายเร้ย555555+
รอหลังปีใหม่นะหรือไม่ก้อรอฉลองที่ทางหลงมา5555+
Dec. 18
babe im-erbwrote:
เเวะมาลงชื่อเผื่อปอล์จะสวยขึ้น  อิอิ
G[]D   BLESS   AIWA  NA~KA
Nov. 12
~LoVe~  
Photo 1 of 13

Windows Media Player

Horoscopes

Loading...